|
อาชญากรรมการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคลทำให้มีผู้เสียหาย เกิดเป็นข่าวมากขึ้นมีสถานการณ์ของผู้ตกเป็นเหยื่อเริ่มมีหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน การศึกษานี้จึงมุ่งศึกษาเกี่ยวกับ1) ศึกษารูปแบบและการรับมือการตกเป็นเหยื่อจากการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล 2) เสนอแนวทางป้องกันการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมจากการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยผู้วิจัยทำการเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบบเจาะจง ซึ่งแบ่งกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญออกเป็น 3 กลุ่ม จำนวนทั้งสิ้น 15 คน และใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบและการรับมือการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมจากการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล โดยนำเสนอเป็นประเด็นดังต่อไปนี้ 1) รูปแบบและการรับมือการตกเป็นเหยื่อจากการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล ปัจจุบันในการกระทำความผิดมีหลากหลายรูปแบบเช่นฉ้อโกง หลอกลวง ขโมยทรัพย์สินและต้องใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต การหลอกลวงขายสินค้าซึ่งจะพบว่าให้โอนเงินแต่ไม่ส่งสินค้า หรือการส่งสินค้าไม่ตรงกลับภาพที่สางหรือที่เรียกว่าสินค้าไม่ตรงปก ตลอดจนสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือว่าสินค้าปลอมที่อ้างว่าลดราคาขายถูกกว่าท้องตลาด การหลอกลวงให้ลงทุน ซึ่งมิจฉาชีพจะหลอกให้ลงทุนในทรัพย์สินจำนวนมาก และท้ายที่สุดมิจฉาชีพก็จะฉ้อโกงเงินหนีไปจากในปัจจุบันถูกหลอกโดยบุคคลที่อ้างว่าเป็นนักสะสมพระเครื่องผ่านทางเว็บออนไลน์ เป็นต้น 2) การรับมือและความเสียหายแต่ละรูปแบบการเกิดอาชญากรรม ได้แก่ 1) ด้านบุคคล 2) ด้านจิตวิทยา 3) ด้านการเสียทรัพย์สิน 4) ด้านสังคม เป็นต้น ส่วนแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ได้แก่ ด้านบุคคล ด้านสังคมและชุมชน ด้านพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงานป้องกันอาชญากรรมและด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้การนำแนวทางจากการศึกษาวิจัยไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ควรมีการบูรณาการความร่วมมือจากกลุ่มบุคคลและหน่วยงานอื่น ๆ เกิดแนวทางป้องกันการการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมจากการเช่าและแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล เพื่อพัฒนามาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบได้อย่างทั่วถึง
|