บทความ

จุดบรรจบของกระบวนการคิดเชิงออกแบบ พุทธธรรม และนวัตกรรมสังคม เส้นทางสู่ความงอกงามของมนุษย์ ในมิติประสาทวิทยา

 สุธาสินี แสงขำ และ อภิชัย พันธเสน

Abstract

               การศึกษานี้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างคำสอนทางพุทธศาสนา กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และนวัตกรรมทางสังคม โดยให้ความสำคัญที่คุณค่าร่วมของศาสตร์ทั้งสาม คือ ความเข้าใจและใส่ใจในความรู้สึกของบุคคลอื่น การศึกษาสำรวจความสัมพันธ์ของความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นจากมิติด้านประสาทวิทยา ที่มีต่อพฤติกรรมสนับสนุนสังคม ความไว้วางใจทางสังคม  และสุขภาวะหรือความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอและความสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะในการเข้าใจและใส่ใจในความรู้สึกของบุคคลอื่นของพลเมืองโลก เพื่อรับมือกับปัญหาและเคาะท้าทายซึ่งมนุษย์ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบันซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเจริญงอกงามของมนุษย์ การศึกษานี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพครอบคลุมการวิเคราะห์แก่นสาระ การสังเคราะห์และการตีความอภิมานผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น เป็นพื้นฐานและคุณค่าร่วมกันของพุทธธรรม กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และนวัตกรรมสังคม  ซึ่งความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นเป็นปรากฏการณ์และกระบวนการซึ่งสามารถสังเกตและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ผ่านเทคนิคการสร้างภาพทางการแพทย์ คือ ภาพวินิจฉัยระบบประสาท ซึ่งแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของ ความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น ร้านพฤติกรรมสนับสนุนสังคมซึ่งส่งผลให้เกิด ความไว้วางใจทางสังคมและความเจริญงอกงามของมนุษย์ การศึกษาชี้ให้เห็นว่าการปลูกฝังและพัฒนาสมรรถนะ ความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น ผ่านเมตตาภาวนาตามหลักพุทธธรรมกระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคมด้วยโจทย์ เงื่อนไข หรือปัญหาซึ่งเป็นตัวกระตุ้น สามารถนำไปสู่การสร้างพลังที่เป็นหนึ่งเดียวกันของพลเมืองโลกเพื่อจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนที่มนุษยชาติกำลังเผชิญร่วมกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความยากจน และการแบ่งแยกขั้วทางการเมืองอย่างรุนแรง โดยสรุป การศึกษานี้แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เห็นว่าการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นของพลเมืองโลกผ่านแนวทางต่างๆมีแนวโน้มในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและส่งเสริมสุขภาวะของมนุษย์ การศึกษาแสดงให้เห็นความสำคัญของความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นและศักยภาพของการพัฒนามิติดังกล่าวซึ่งสามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม นอกจากนี้การวิจัยในอนาคตควรมุ่งเน้นไปที่การนำสมรรถนะ ความเห็นอกเห็นใจและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นไปใช้ และประสิทธิผลของวิธีการปลูกฝังและพัฒนาสมรรถนะความเห็นอกเห็นใจด้วยวิธีการต่างๆในการส่งเสริมพฤติกรรมสนับสนุนสังคมและก่อให้เกิดความไว้วางใจทางสังคม




Keyword : เมตตาภาวนา, กระบวนการคิดเชิงออกแบบ, นวัตกรรมสังคม, ประสาทวิทยา, พฤติกรรมสนับสนุนสังคม, ความเจริญงอกงามของมนุษย์

Download :  PDF Full Text